
ระบบพ่นหมอกสำหรับโรงงาน ลดฝุ่นได้แค่ไหน
ระบบพ่นหมอกโรงงานช่วยลดฝุ่นได้จริงไหม
ระบบพ่นหมอกสำหรับโรงงานสามารถช่วยลดฝุ่นได้จริงในหลายหน้างาน โดยเฉพาะฝุ่นที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายสินค้า กองวัสดุ งานไม้ งานก่อสร้าง งานปูน งานดิน งานทราย งานโหลดสินค้า โกดังเปิดโล่ง หรือจุดที่มีฝุ่นฟุ้งเป็นช่วง ๆ
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ระบบพ่นหมอก ไม่ใช่เครื่องฟอกอากาศ และไม่สามารถรับประกันได้ว่าฝุ่นจะลดลงกี่เปอร์เซ็นต์แบบตายตัวในทุกโรงงาน เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดฝุ่น ขนาดฝุ่น ปริมาณฝุ่น ทิศทางลม ความสูงติดตั้ง จำนวนหัวพ่น แรงดันปั๊ม ขนาดหัวพ่น และการเปิด–ปิดระบบ
ถ้าเป็นฝุ่นหยาบ เช่น ฝุ่นดิน ฝุ่นทราย ฝุ่นไม้ ฝุ่นปูนบางประเภท หรือฝุ่นจากการขนถ่ายสินค้า ระบบพ่นหมอกมักช่วยให้ฝุ่นฟุ้งลดลงได้ชัดเจนกว่า
แต่ถ้าเป็นฝุ่นละเอียดมาก เช่น PM2.5 หรือฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศนาน ระบบพ่นหมอกจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ควรออกแบบร่วมกับระบบอื่น เช่น การระบายอากาศ การดูดฝุ่นเฉพาะจุด การปิดกั้นแหล่งกำเนิดฝุ่น และการวัดค่าฝุ่นก่อน–หลังติดตั้ง
สรุปง่าย ๆ คือ
ระบบพ่นหมอกช่วยลดฝุ่นฟุ้งในโรงงานได้ดี โดยเฉพาะฝุ่นหยาบและฝุ่นจากจุดกำเนิด แต่ถ้าต้องการควบคุมฝุ่นละเอียดมาก ควรออกแบบเป็นระบบร่วมและต้องวัดผลจริงหน้างาน
ระบบพ่นหมอกลดฝุ่นในโรงงานทำงานอย่างไร
หลักการทำงานของระบบพ่นหมอกลดฝุ่น คือการปล่อยละอองน้ำขนาดเล็กออกไปในพื้นที่ที่มีฝุ่น เมื่อฝุ่นลอยอยู่ในอากาศและสัมผัสกับละอองน้ำ ฝุ่นบางส่วนจะจับกับหยดน้ำ ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นและตกลงสู่พื้น แทนที่จะฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ
การลดฝุ่นด้วยละอองน้ำจะได้ผลดีเมื่อ
- ละอองน้ำมีขนาดเหมาะกับฝุ่น
- หัวพ่นอยู่ใกล้จุดกำเนิดฝุ่น
- มีแรงดันพอให้ละอองกระจายดี
- มีจำนวนหัวพ่นครอบคลุมพื้นที่
- ลมไม่แรงเกินไป
- เปิดระบบในช่วงเวลาที่เกิดฝุ่น
- มีการควบคุมไม่ให้พื้นเปียกเกินไป
- มีกรองน้ำเพื่อป้องกันหัวพ่นตัน
ถ้าติดตั้งไกลจากแหล่งกำเนิดฝุ่นมากเกินไป หรือหัวพ่นอยู่ผิดทิศทางลม ละอองน้ำอาจไม่สามารถจับฝุ่นได้เต็มที่ ทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน
ระบบพ่นหมอกลดฝุ่นได้แค่ไหน
คำถามที่ลูกค้าโรงงานมักถามคือ “ติดพ่นหมอกแล้วฝุ่นลดได้กี่เปอร์เซ็นต์?”
คำตอบคือ ไม่ควรตอบเป็นตัวเลขตายตัวโดยไม่ดูหน้างานจริง เพราะโรงงานแต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน
ปัจจัยที่มีผลต่อการลดฝุ่น ได้แก่
- ชนิดของฝุ่น เช่น ฝุ่นดิน ฝุ่นทราย ฝุ่นไม้ ฝุ่นปูน ฝุ่นผงสินค้า
- ขนาดของฝุ่น เช่น ฝุ่นหยาบ PM10 หรือ PM2.5
- ปริมาณฝุ่นที่เกิดขึ้นต่อวัน
- จุดกำเนิดฝุ่นอยู่ที่ไหน
- พื้นที่เปิดโล่งหรือพื้นที่กึ่งปิด
- มีลมพัดแรงหรือไม่
- ความสูงของหลังคาและโครงสร้าง
- จำนวนหัวพ่นและแรงดันน้ำ
- ขนาดรูหัวพ่นหมอก
- เปิดระบบต่อเนื่องหรือเปิดเป็นช่วง
- มีระบบดูดฝุ่นหรือระบายอากาศร่วมด้วยหรือไม่
โดยทั่วไป ระบบพ่นหมอกจะเห็นผลชัดกับฝุ่นที่ฟุ้งจากจุดกำเนิด เช่น จุดเทวัสดุ จุดโหลดสินค้า จุดตัด จุดบด จุดขนถ่าย และพื้นที่โกดังที่มีฝุ่นฟุ้งจากพื้นหรือสินค้า
แต่ถ้าเป็นฝุ่นละเอียดมากที่กระจายทั่วอาคารแล้ว การพ่นหมอกอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องออกแบบให้ควบคุมตั้งแต่ต้นทาง
ตารางสรุป ฝุ่นแบบไหนเหมาะกับระบบพ่นหมอก

ระบบพ่นหมอกเหมาะกับโรงงานประเภทใด
ระบบพ่นหมอกลดฝุ่นเหมาะกับโรงงานหรือพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีฝุ่นฟุ้งเป็นประจำ เช่น
- โรงงานไม้
- โรงงานปูน
- โรงงานหิน ดิน ทราย
- โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง
- โกดังเก็บสินค้า
- ลานโหลดสินค้า
- ไซต์งานก่อสร้าง
- โรงงานรีไซเคิล
- โรงงานอาหารสัตว์บางประเภท
- โรงงานที่มีจุดเทวัตถุดิบ
- โรงเรือนหรือพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่
- พื้นที่ขนถ่ายวัสดุ
- ลานจอดรถบรรทุก
- พื้นที่ที่ฝุ่นฟุ้งจากพื้นหรือกองสินค้า
แต่ถ้าเป็นโรงงานที่มีสินค้ากลัวความชื้น เช่น กระดาษ ผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัตถุดิบที่ไวต่อน้ำ หรือสินค้าแพ็กเกจที่ห้ามชื้น ต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง หรืออาจไม่เหมาะกับการพ่นหมอกโดยตรง
จุดติดตั้งระบบพ่นหมอกในโรงงานที่ช่วยลดฝุ่นได้ดี
ตำแหน่งติดตั้งสำคัญมาก เพราะถ้าติดตั้งถูกจุด ระบบจะช่วยลดฝุ่นได้ดีกว่าใช้หัวพ่นจำนวนมากแต่ติดผิดตำแหน่ง
จุดที่เหมาะกับการติดตั้ง ได้แก่
- จุดโหลดสินค้า
- จุดเทวัตถุดิบ
- จุดที่รถบรรทุกเข้าออก
- จุดที่โฟล์คลิฟท์วิ่งผ่านบ่อย
- แนวประตูโกดัง
- แนวหลังคาเปิดโล่ง
- แนวรั้วหรือแนวกันฝุ่น
- จุดที่มีการตัด บด โม่ หรือเคลื่อนย้ายวัสดุ
- จุดที่ฝุ่นลอยเข้าพื้นที่ทำงาน
- จุดที่ต้องการสร้างม่านหมอกกันฝุ่น
จุดที่ควรระวัง ได้แก่
- เหนือเครื่องจักรไฟฟ้าโดยตรง
- จุดที่มีตู้คอนโทรลไฟฟ้า
- จุดที่พื้นลื่นง่าย
- จุดที่สินค้าห้ามโดนความชื้น
- จุดที่หมอกอาจพัดเข้าพื้นที่แพ็กสินค้า
- จุดที่มีแรงลมดูดหรือพัดออกเร็วเกินไป
เลือกหัวพ่นหมอกแบบไหนสำหรับโรงงาน
การเลือกหัวพ่นหมอกสำหรับโรงงานควรดูจากประเภทฝุ่นและลักษณะพื้นที่ ไม่ควรเลือกจากราคาหัวพ่นอย่างเดียว
หัวพ่นหมอกแรงดันสูง
เหมาะกับงานที่ต้องการละอองละเอียด ฟุ้งกระจายดี และต้องการลดฝุ่นในอากาศบริเวณจุดทำงาน เหมาะกับจุดที่ต้องการให้หมอกละเอียด ไม่ใช้น้ำมากเกินไป
เหมาะสำหรับ
- จุดโหลดสินค้า
- โกดังที่ต้องการลดฝุ่นในอากาศ
- จุดทำงานที่ต้องการลดฝุ่นฟุ้ง
- โรงงานที่ต้องการลดการเปียกของพื้น
- งานที่ต้องการควบคุมหมอกให้ละเอียด
หัวพ่นหมอกแรงดันต่ำ
เหมาะกับงานงบประหยัด งานเพิ่มความชื้น หรืองานที่พื้นเปียกได้เล็กน้อย เช่น แนวรั้ว แนวต้นไม้ ลานดิน ลานทราย หรือพื้นที่เปิดโล่ง
เหมาะสำหรับ
- ลานดิน
- ลานทราย
- แนวรั้วกันฝุ่น
- พื้นที่ Outdoor
- พื้นที่ที่ไม่ได้มีสินค้าไวต่อความชื้น
- จุดที่ต้องการน้ำมากขึ้นเพื่อกดฝุ่น
หัวฉีดสเปรย์หรือหัวพ่นน้ำ
บางงานอาจไม่จำเป็นต้องใช้หมอกละเอียดมาก แต่ต้องการละอองน้ำมากเพื่อกดฝุ่น เช่น ลานกองวัสดุหรือพื้นที่เทหินทราย อาจใช้หัวฉีดสเปรย์หรือระบบพ่นน้ำร่วมกับพ่นหมอกได้
เลือกขนาดหัวพ่น 0.1 / 0.2 / 0.3 มม. สำหรับลดฝุ่นอย่างไร
ขนาดหัวพ่นมีผลต่อความละเอียดของละอองน้ำและปริมาณน้ำที่ใช้

สำหรับโรงงานทั่วไปที่ต้องการลดฝุ่นฟุ้ง แนะนำเริ่มพิจารณาที่ 0.2–0.3 มม. ตามลักษณะพื้นที่
ถ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องการหมอกละเอียด ไม่อยากให้พื้นเปียกง่าย อาจใช้ 0.1–0.2 มม.
ถ้าเป็นลานเปิด ฝุ่นเยอะ และพื้นเปียกได้ อาจใช้ 0.3 มม. หรือหัวฉีดสเปรย์ที่ให้น้ำมากขึ้น
ระบบพ่นหมอกแรงดันต่ำ VS แรงดันสูง สำหรับโรงงาน

อุปกรณ์ที่ควรมีในระบบพ่นหมอกลดฝุ่นโรงงาน
ระบบพ่นหมอกสำหรับโรงงานควรมีอุปกรณ์ที่เหมาะกับงานหนักและใช้งานต่อเนื่อง ได้แก่
- ปั๊มพ่นหมอก
- หัวพ่นหมอก
- สาย PU หรือท่อ PE
- ข้อต่อพ่นหมอก
- กรองน้ำ
- วาล์วเปิด–ปิด
- โซลินอยด์วาล์ว
- Timer หรือชุดควบคุมอัตโนมัติ
- เกจวัดแรงดัน
- จุดล้างระบบ
- อุปกรณ์ยึดสาย
- ตู้ควบคุมไฟฟ้า
- อุปกรณ์ป้องกันน้ำเข้าเครื่องไฟฟ้า
สำหรับโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ ควรแบ่งโซนการทำงาน เช่น โซนโหลดสินค้า โซนแนวรั้ว โซนลานเปิด และโซนเครื่องจักร เพื่อควบคุมปริมาณหมอกให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
วิธีออกแบบระบบพ่นหมอกลดฝุ่นให้ได้ผลจริง
1. เริ่มจากระบุจุดกำเนิดฝุ่น
ก่อนติดตั้ง ควรระบุให้ชัดว่าฝุ่นเกิดจากจุดไหน เช่น จุดเทวัสดุ จุดตัด จุดขนถ่ายสินค้า หรือฝุ่นจากรถวิ่ง หากไม่รู้ต้นทาง ระบบอาจพ่นหมอกผิดจุดและลดฝุ่นได้ไม่เต็มที่
2. ติดตั้งใกล้จุดที่ฝุ่นเริ่มฟุ้ง
การจับฝุ่นจะได้ผลดีเมื่อพ่นหมอกใกล้จุดกำเนิด ก่อนที่ฝุ่นจะกระจายไปทั่วพื้นที่ หากรอให้ฝุ่นลอยไปทั่วโกดังแล้วค่อยพ่น จะควบคุมยากกว่า
3. ดูทิศทางลม
ลมเป็นปัจจัยสำคัญมาก ถ้าลมพัดหมอกออกนอกพื้นที่ หัวพ่นอาจทำงานแต่ไม่ช่วยลดฝุ่น ควรวางแนวพ่นให้หมอกผ่านบริเวณที่ฝุ่นลอยจริง
4. เลือกหัวพ่นและปั๊มให้สัมพันธ์กัน
จำนวนหัวพ่นต้องสัมพันธ์กับแรงดันปั๊มและปริมาณน้ำ หากปั๊มเล็กเกินไป หัวท้ายอาจออกไม่ดี แต่ถ้าปั๊มใหญ่เกินไปโดยไม่ควบคุม อาจสิ้นเปลืองและทำให้พื้นที่เปียกมากเกินไป
5. ใช้ Timer หรือ Sensor ควบคุม
โรงงานบางแห่งไม่ได้เกิดฝุ่นตลอดเวลา การใช้ Timer หรือระบบเปิด–ปิดตามช่วงงานช่วยประหยัดน้ำ ลดพื้นเปียก และทำให้ระบบทำงานเฉพาะเวลาที่ต้องการ
ตัวอย่างการใช้งาน
- เปิดเฉพาะช่วงรถบรรทุกเข้าออก
- เปิดช่วงโหลดสินค้า
- เปิดช่วงสายพานทำงาน
- เปิดช่วงลมแรงหรือฝุ่นฟุ้งมาก
- เปิดเป็นรอบ ๆ ตามเวลาทำงาน
6. ติดตั้งกรองน้ำก่อนเข้าระบบ
หัวพ่นหมอกมีรูเล็ก หากน้ำมีตะกอน สนิม หรือหินปูน จะทำให้หัวพ่นตันได้ง่าย โรงงานควรมีกรองน้ำและจุดล้างระบบ เพื่อให้หัวพ่นทำงานสม่ำเสมอ
วิธีวัดผลว่าระบบพ่นหมอกลดฝุ่นได้จริงหรือไม่
เพื่อให้รู้ว่าระบบพ่นหมอกลดฝุ่นได้มากน้อยแค่ไหน ควรวัดผลก่อนและหลังติดตั้ง ไม่ควรดูจากความรู้สึกอย่างเดียว
วิธีวัดผลที่แนะนำ
- วัดค่าฝุ่นก่อนติดตั้ง
- วัดค่าฝุ่นหลังเปิดระบบ
- วัดในเวลาและจุดเดียวกัน
- วัดช่วงที่เกิดฝุ่นจริง
- เปรียบเทียบช่วงเปิดระบบและปิดระบบ
- ถ่ายวิดีโอเปรียบเทียบฝุ่นฟุ้ง
- สอบถามพนักงานในพื้นที่
- ตรวจจุดที่พื้นเปียกหรือหมอกสะสม
- ปรับหัวพ่นและเวลาเปิดหลังทดลองใช้งาน
อุปกรณ์ที่ใช้วัดอาจเป็นเครื่องวัด PM2.5 / PM10 หรือเครื่องวัดฝุ่นอุตสาหกรรม ขึ้นอยู่กับระดับความจริงจังของโรงงาน
ข้อควรระวังในการติดตั้งระบบพ่นหมอกในโรงงาน
ระบบพ่นหมอกช่วยลดฝุ่นได้ แต่ต้องออกแบบอย่างปลอดภัย เพราะโรงงานมีเครื่องจักร ไฟฟ้า สินค้า และพนักงานจำนวนมาก
ข้อควรระวังสำคัญ ได้แก่
- อย่าพ่นหมอกใส่ตู้ไฟโดยตรง
- อย่าพ่นใส่มอเตอร์หรือเครื่องจักรที่ไม่กันน้ำ
- ระวังพื้นลื่น
- ระวังสินค้าเสียหายจากความชื้น
- อย่าเปิดระบบนานเกินไปจนเกิดน้ำขัง
- ควรมีกรองน้ำเพื่อลดหัวตัน
- ควรมีวาล์วแยกโซน
- ควรมีจุดปิดระบบฉุกเฉิน
- ควรเดินสายให้เรียบร้อย ไม่กีดขวางการทำงาน
- ควรทดลองระบบก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
ระบบพ่นหมอกลด PM2.5 ในโรงงานได้ไหม
ระบบพ่นหมอกสามารถช่วยลดฝุ่นบางส่วนในอากาศได้ แต่ถ้าเป็น PM2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละเอียดมาก ต้องระวังการสื่อสาร เพราะ PM2.5 มีขนาดเล็กและลอยอยู่ในอากาศได้นานกว่าฝุ่นหยาบ
การพ่นหมอกอาจช่วยจับฝุ่นละเอียดบางส่วนได้เมื่อออกแบบดี แต่ไม่ควรใช้เป็นระบบเดียวในการควบคุม PM2.5 ทั้งโรงงาน โดยเฉพาะพื้นที่ปิดหรือพื้นที่ที่มีแหล่งกำเนิดฝุ่นต่อเนื่อง
ถ้าโรงงานต้องการควบคุม PM2.5 จริงจัง ควรพิจารณาร่วมกับ
- ระบบดูดฝุ่นเฉพาะจุด
- ระบบระบายอากาศ
- ระบบกรองอากาศ
- การปิดกั้นแหล่งกำเนิดฝุ่น
- การทำความสะอาดแบบไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้ง
- การวัดค่าฝุ่นด้วยเครื่องมือ
- การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลตามความเหมาะสม
FAQ คำถามที่พบบ่อย
“ระบบพ่นหมอกสำหรับโรงงานลดฝุ่นได้แค่ไหน”
ระบบพ่นหมอกช่วยลดฝุ่นได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดฝุ่น จุดกำเนิดฝุ่น ทิศทางลม ขนาดพื้นที่ จำนวนหัวพ่น และแรงดันปั๊ม โดยทั่วไปจะเห็นผลชัดกับฝุ่นหยาบหรือฝุ่นที่ฟุ้งจากจุดกำเนิด เช่น ฝุ่นดิน ฝุ่นทราย ฝุ่นปูน ฝุ่นไม้ และฝุ่นจากการขนถ่ายวัสดุ
“ระบบพ่นหมอกลด PM2.5 ได้ไหม”
ช่วยได้บางส่วนในบริเวณที่ออกแบบเหมาะสม แต่ไม่ควรใช้พ่นหมอกเป็นวิธีเดียวในการควบคุม PM2.5 เพราะ PM2.5 เป็นฝุ่นละเอียดมาก ควรใช้ร่วมกับระบบดูดฝุ่น ระบายอากาศ กรองอากาศ และการวัดค่าฝุ่นจริง
“โรงงานแบบไหนเหมาะกับระบบพ่นหมอกลดฝุ่น”
เหมาะกับโรงงานไม้ โรงงานปูน โรงงานหิน ดิน ทราย โกดังสินค้า ลานโหลดสินค้า ไซต์งานก่อสร้าง โรงงานรีไซเคิล และพื้นที่ที่มีฝุ่นฟุ้งจากการขนถ่ายหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ
“ควรใช้ระบบพ่นหมอกแรงดันต่ำหรือแรงดันสูงในโรงงาน”
ถ้าเป็นพื้นที่ลานเปิดหรือแนวรั้วที่เปียกได้ ใช้แรงดันต่ำได้ แต่ถ้าเป็นโกดังหรือจุดทำงานที่ต้องการหมอกละเอียดและลดพื้นเปียก แนะนำระบบแรงดันสูงหรือระบบที่ควบคุมละอองได้ดีกว่า
“หัวพ่นหมอกขนาดไหนเหมาะกับลดฝุ่นในโรงงาน”
โดยทั่วไปหัวพ่น 0.2–0.3 มม. เหมาะกับงานลดฝุ่นโรงงานหลายประเภท ส่วน 0.1 มม. เหมาะกับงานที่ต้องการละอองละเอียดและใช้น้ำน้อย แต่ต้องมีกรองน้ำที่ดีเพราะรูเล็กและตันง่ายกว่า
“พ่นหมอกลดฝุ่นทำให้พื้นเปียกไหม”
มีโอกาสทำให้พื้นเปียกได้ หากใช้หัวพ่นที่ให้น้ำมาก ติดตั้งต่ำเกินไป หรือเปิดนานเกินไป การใช้หัวพ่นที่เหมาะสม ติดตั้งถูกตำแหน่ง และใช้ Timer เปิด–ปิดเป็นช่วงจะช่วยลดปัญหาพื้นเปียกได้
“ระบบพ่นหมอกโรงงานต้องมีกรองน้ำไหม”
ควรมีกรองน้ำ เพราะหัวพ่นหมอกมีรูเล็ก หากน้ำมีตะกอน สนิม หรือหินปูน จะทำให้หัวพ่นตันและระบบทำงานไม่สม่ำเสมอ
“ระบบพ่นหมอกลดฝุ่นควรติดตั้งตรงไหน”
ควรติดตั้งใกล้จุดกำเนิดฝุ่น เช่น จุดโหลดสินค้า จุดเทวัตถุดิบ จุดสายพาน จุดรถวิ่งผ่าน หรือแนวประตูโกดัง เพื่อจับฝุ่นตั้งแต่เริ่มฟุ้ง ไม่ควรรอให้ฝุ่นกระจายทั่วพื้นที่แล้วค่อยพ่น
“ต้องวัดค่าฝุ่นก่อนติดตั้งไหม”
แนะนำให้วัดค่าฝุ่นก่อนและหลังติดตั้ง เพื่อประเมินผลจริง โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการควบคุม PM2.5 หรือ PM10 อย่างเป็นระบบ
“ต้องการให้ MR. THAI WATER ช่วยออกแบบระบบพ่นหมอกลดฝุ่นต้องส่งข้อมูลอะไร”
ควรส่งรูปหน้างาน ขนาดพื้นที่ จุดที่เกิดฝุ่น ประเภทฝุ่น ทิศทางลม แหล่งน้ำ แหล่งไฟ จำนวนจุดที่ต้องการติดตั้ง และงบประมาณ เพื่อให้ช่วยแนะนำหัวพ่น ปั๊ม ระยะติดตั้ง และรูปแบบระบบที่เหมาะกับโรงงานจริง
สรุป ระบบพ่นหมอกสำหรับโรงงานลดฝุ่นได้แค่ไหน
ระบบพ่นหมอกสำหรับโรงงานช่วยลดฝุ่นได้จริงในหลายหน้างาน โดยเฉพาะฝุ่นหยาบ ฝุ่นจากการขนถ่ายวัสดุ ฝุ่นจากลานเปิด ฝุ่นจากโกดัง และฝุ่นที่เกิดจากจุดกำเนิดชัดเจน
แต่ผลลัพธ์จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบ ไม่ใช่แค่จำนวนหัวพ่นหรือขนาดปั๊มเท่านั้น ต้องดูทั้งชนิดฝุ่น จุดกำเนิดฝุ่น ทิศทางลม ขนาดพื้นที่ หัวพ่น แรงดัน ปริมาณน้ำ และรูปแบบการเปิดใช้งาน
สำหรับฝุ่นทั่วไปในโรงงาน ระบบพ่นหมอกช่วยลดการฟุ้งกระจายและทำให้พื้นที่ทำงานดูสะอาดขึ้นได้ แต่ถ้าเป็น PM2.5 หรือฝุ่นละเอียดมาก ควรใช้ร่วมกับระบบอื่นและควรวัดค่าฝุ่นก่อน–หลังติดตั้ง
เลือกง่าย ๆ คือ
ฝุ่นหยาบ / ลานเปิด / แนวรั้ว ใช้ระบบพ่นหมอกแรงดันต่ำหรือหัวพ่นที่ให้น้ำมากได้
โกดัง / โซนทำงาน / จุดโหลดสินค้า ใช้ระบบพ่นหมอกแรงดันสูงหรือหัวพ่นละเอียดจะควบคุมได้ดีกว่า
PM2.5 ควรใช้ร่วมกับระบบดูดฝุ่น กรองอากาศ และการวัดค่าฝุ่นจริง
ทุกระบบควรมีกรองน้ำ Timer และการแบ่งโซนเพื่อให้ใช้งานได้คุ้มค่า
ระบบพ่นหมอกที่ออกแบบถูกต้องจะช่วยให้โรงงานลดฝุ่นฟุ้ง เพิ่มความสดชื่น ลดปัญหาฝุ่นกระจาย และช่วยให้พื้นที่ทำงานดูเป็นระบบมากขึ้น
แนะนำ
สามารถสั่งซื้อสินค้าหรือดูรายละเอียด คลิกลิงค์ค้านล่าง ▼
อ้างอิง
Call to Action
ต้องการติดตั้งระบบพ่นหมอกคาเฟ่ Outdoor ให้ดูพรีเมียม ใช้งานได้จริง และไม่ทำให้ลูกค้าเปียกง่าย ติดต่อ MR. THAI WATER ได้เลยครับ เรามีอุปกรณ์ระบบพ่นหมอก หัวพ่นหมอก ปั๊มพ่นหมอก กรองน้ำ ข้อต่อ และอุปกรณ์ติดตั้งครบ พร้อมให้คำแนะนำตามหน้างานจริง
เว็บไซต์: www.thaiwatersystem.com
LINE: @thaiwater
โทร: 090-992-6224
