นโยบายความเป็นส่วนตัว (Personal Data Protection Policy)
อัปเดตล่าสุด: [8 ธันวาคม 2568]
บริษัท มิสเตอร์ไทยวอเตอร์ จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว และให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้มาติดต่อ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทจึงจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ กลไก และมาตรการกำกับดูแลการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับ:
- กรรมการ และพนักงานทุกระดับของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ พนักงานสัญญาจ้าง หรือพนักงานชั่วคราว
- ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการในนามของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการด้านไอที ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุ
- ที่ปรึกษา ตัวแทน คู่สัญญา และผู้รับข้อมูลจากบริษัท ซึ่งมีการเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้การควบคุมของบริษัท
2. คำนิยาม
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม อาจมาจาก:
- ข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลให้แก่บริษัทโดยตรง เช่น การสั่งซื้อสินค้า การสมัครสมาชิกเว็บไซต์ การติดต่อผ่าน LINE OA, Facebook, โทรศัพท์, เว็บไซต์, Marketplace (เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop) หรือช่องทางอื่นของบริษัท
- ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานของรัฐ คู่ค้าทางธุรกิจ แพลตฟอร์ม Marketplace ระบบขนส่ง หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ได้แก่:
- ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ–นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง (ถ้ามี)
- ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่จัดส่ง/ที่อยู่ออกใบกำกับภาษี เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ไลน์ไอดี
- ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และธุรกรรม: ชื่อบัญชีผู้ใช้ ประวัติการสั่งซื้อ ประวัติการชำระเงิน วิธีชำระเงิน
- ข้อมูลทางเทคนิค: หมายเลข IP (IP Address), Cookie ID, ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ประวัติการเยี่ยมชมหน้าเพจ
- ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร: ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือบันทึกเสียง ที่ใช้ในการให้บริการหรือการดูแลลูกค้า ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใด
ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2564 บริษัทจะดำเนินการกับข้อมูลดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา ความเชื่อ พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวภาพ เป็นต้น บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลประเภทนี้เฉพาะเมื่อจำเป็นและมีกฎหมายรองรับ หรือได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากท่าน
2.3 การประมวลผล
“การประมวลผล” หมายถึง การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดเก็บ การใช้ การเปิดเผย การโอน การลบ หรือการทำลาย
2.4 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2.5 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ในที่นี้หมายถึง บริษัท มิสเตอร์ไทยวอเตอร์ จำกัด ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
2.6 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล แทนบริษัท ตามคำสั่งของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการระบบไอที ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุ เป็นต้น
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและฐานทางกฎหมาย
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ และอาจเก็บต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด เช่น อายุความทางกฎหมาย ภาษี หรือการฟ้องร้องคดี เมื่อหมดความจำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่ระบุตัวตน
3.1 ภาระหน้าที่ตามกฎหมาย
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อ:
- ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร กฎหมายบัญชี กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- จัดทำเอกสารทางภาษี ใบกำกับภาษี และรายงานที่จำเป็นต่อหน่วยงานของรัฐ
3.2 การปฏิบัติตามสัญญา
บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อ:
- จัดทำและดำเนินการตามคำสั่งซื้อสินค้าและบริการของท่าน
- จัดส่งสินค้า การติดตั้ง การรับประกัน และบริการหลังการขาย
- ยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบสมาชิก หรือระบบออนไลน์ของบริษัท
3.3 ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
บริษัทอาจอ้างอิงฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน เช่น:
- การบริหารจัดการธุรกิจ ระบบคลังสินค้า ระบบขนส่ง และงานติดตั้ง
- การจัดการข้อร้องเรียน ประเมินความพึงพอใจ และพัฒนาคุณภาพการให้บริการ
- การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในสำนักงาน/โชว์รูม เพื่อความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สิน
- การป้องกัน การตรวจสอบ และการจัดการเหตุทุจริต หรือการละเมิดสิทธิ/ทรัพย์สินของบริษัท
3.4 ความยินยอมของท่าน
ในบางกรณี บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น:
- การส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือสิทธิพิเศษด้านการตลาด
- การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อเสนอสินค้า/บริการที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
- การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศในกรณีที่จำเป็น
3.5 ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล หรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อการขายสินค้าและบริการด้านระบบน้ำ ระบบพ่นหมอก สปริงเกอร์ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อการจัดส่งสินค้า การติดตั้ง การรับประกัน และบริการหลังการขาย
- เพื่อสร้างและบริหารระบบสมาชิก/บัญชีผู้ใช้ในเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์
- เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงสินค้า บริการ และประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า
บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่แจ้งไว้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
5. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
นอกจากข้อมูลที่ท่านให้บริษัทโดยตรง บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น:
- แพลตฟอร์ม Marketplace หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท
- ผู้ให้บริการขนส่ง/โลจิสติกส์
- หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
- ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียของท่าน
- ข้อมูลทางเทคนิคจากเว็บไซต์ของบริษัท ผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน
6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้:
- สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่ระบุตัวตน เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องเก็บอีกต่อไป
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณี
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล ในกรณีการตลาดแบบตรง หรือบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการขอรับ หรือขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล (Data Portability) ในรูปแบบที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้ โดยการถอนจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ทำโดยชอบแล้ว
- สิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทตามข้อ 14 โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลให้ทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลภายนอกเกินกว่าความจำเป็น เว้นแต่มีฐานทางกฎหมายรองรับ หรือได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลให้กับ:
- สาขาหรือหน่วยงานภายในของบริษัท มิสเตอร์ไทยวอเตอร์ จำกัด (ถ้ามี)
- ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และขนส่งสินค้า
- ผู้ให้บริการด้านระบบชำระเงิน และระบบไอที
- ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้สอบบัญชี หรือผู้ให้บริการวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
- หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล เมื่อมีคำสั่งหรือฐานกฎหมายกำหนด
- บุคคล/นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนสิทธิ การโอนกิจการ หรือการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท
บริษัทจะกำหนดให้ผู้รับข้อมูลดังกล่าวมีมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาที่ท่านเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัท และต่อไปอีกตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น อายุความทางภาษี บัญชี หรือสัญญา เมื่อพ้นระยะเวลาและหมดความจำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
9. การใช้คุกกี้ (Cookies)
บริษัทอาจใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง เพื่อจดจำการตั้งค่าและประสบการณ์ใช้งานของท่าน เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการ รวมถึงเพื่อแสดงเนื้อหาและโฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านมากยิ่งขึ้น
ท่านสามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านเพื่อปฏิเสธคุกกี้บางประเภทได้ แต่อาจส่งผลให้เว็บไซต์บางส่วนทำงานได้ไม่สมบูรณ์
10. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่บทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทมีสิทธิที่จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทเก็บและใช้ข้อมูลดังกล่าวต่อ ท่านสามารถแจ้งขอถอนความยินยอมได้ตามช่องทางการติดต่อของบริษัท
11. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งด้านเทคนิคและด้านการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
บริษัทส่งเสริมให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด
12. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลภายนอก
เว็บไซต์หรือบริการของบริษัทอาจมีลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือบริการของบุคคลภายนอก ซึ่งบุคคลภายนอกดังกล่าวอาจมีการเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายของตนเอง บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบต่อเนื้อหา ความปลอดภัย หรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์/บริการดังกล่าวได้
ท่านควรศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบุคคลภายนอกทุกครั้งก่อนใช้งาน
13. การทบทวนและเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง มาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์หรือช่องทางที่เหมาะสม พร้อมระบุวันที่มีผลบังคับใช้ที่ชัดเจน
14. ช่องทางการติดต่อบริษัท
หากท่านมีข้อสงสัย ต้องการใช้สิทธิ หรือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อบริษัทได้ที่:
- ชื่อบริษัท: บริษัท มิสเตอร์ไทยวอเตอร์ จำกัด
- ที่อยู่: [55 57 ซอย รามคำแหง 166 แยก 7-9 เขตมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510]
- โทรศัพท์: [ใส่หมายเลขโทรศัพท์ เช่น 090-992-6224]
- อีเมลทั่วไป: [เช่น purchase.mrthaiwater@gmail.com]
15. การเปลี่ยนแปลงประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อมีการประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัท
